เดือน พ.ค. บริษัทเลิกกิจการ 1.2 พันราย ก่อสร้าง-อสังหาฯ มากสุด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยบริษัทจัดตั้งใหม่เดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 7,437 ราย ส่วนบริษัทที่เลิกกิจการมี 1,234 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ เดือน พ.ค. 2566 อยู่ที่ 7,437 ราย เพิ่มขึ้น 26% จากเดือน เม.ย. มูลค่าทุนจดทะเบียน 28,414 ล้านบาท
ทั้งนี้ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จํานวน 558 ราย คิดเป็น 7.50% รองลงมา ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จํานวน 480 ราย คิดเป็น 6.46%
และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จํานวน 369 ราย คิดเป็น 4.96% ตามลําดับ
ขณะที่ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจํานวน 4,934 ราย คิดเป็น 66.34% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จํานวน 2,383 ราย คิดเป็น 32.04% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจํานวน 100 ราย คิดเป็น 1.35% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จํานวน 20 ราย คิดเป็น 0.27% ตามลําดับ
ทั้งนี้ ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือน พ.ค. 2566 มี 1,234 ราย เพิ่มขึ้น 12% จากเดือน เม.ย. โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจํานวน 8,239.90 ล้านบาท ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จํานวน 136 ราย คิดเป็น 11.02% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จํานวน 63 ราย คิดเป็น 5.11% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จํานวน 34 ราย คิดเป็น 2.75% ตามลําดับ
ซึ่งธุรกิจเลิกประกอบกิจการ แบ่งตามช่วงทุน ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จํานวน 836 ราย คิดเป็น 67.75% ช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จํานวน 342 ราย คิดเป็น 27.71% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จํานวน 48 ราย คิดเป็น 3.89% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจํานวน 8 ราย คิดเป็น 0.65% ตามลําดับ
สำหรับธุรกิจดําเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 พ.ค. 66 มีจํานวน 876,953 ราย มูลค่าทุน 21.30 ล้านล้านบาท จําแนกเป็นบริษัทจํากัด จํานวน 672,424 ราย คิดเป็น 76.68% ห้างหุ้นส่วนจํากัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จํานวน 203,124 ราย คิดเป็น 23.16% และบริษัทมหาชนจํากัด จํานวน 1,405 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลําดับ
และแบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จํานวน 514,064 ราย คิดเป็น 58.62% รวมมูลค่าทุน 0.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.12% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จํานวน 267,733 ราย คิดเป็น 30.53% รวมมูลค่าทุน 0.92 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.30% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จํานวน 77,522 ราย คิดเป็น 8.84% รวมมูลค่าทุน 2.13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.98% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จํานวน 17,634 ราย คิดเป็น 2.01% รวมมูลค่าทุน 17.81 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.60% ตามลําดับ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB